วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2558

สุพรรณบุรี ตำรวจหิ้วสุเทพ 100 ศพมือปืนชื่อดังทำแผนสารภาพถูกด่าบรรพบุรุษ




            เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 5 มี.ค. พล.ต.สิทธิ  ปิยะสนธิ รอง ผอ.รมน.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.ชัยรัตน์  ทิพยจันทร์ รรท.ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.อนุสรณ์ วนาปกรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต  ผกก.กส.ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อมกำลังแถลงการจับกุมนายสุเทพ  พุ่มพันธุ์สน หรือเทพ  อายุ 42 ปี ผู้ต้องตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ จ.25/2558 ลงวันที่ 21 ม.ค.2558 ข้อหาฆ่าผู้อื่นและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธไปในทางสาธารณะเมืองหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควรพร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม.กระสุนปืนขนาดเดียวกัน 12 นัดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงินดำทะเบียน วมท 853 กทม.ที่ใช้ในการก่อเหตุ




            สืบเนื่องจากวันที่ 20 มกราคม 2558 ที่ผ่านมานายสรศักดิ์  เกตุแก้ว อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 1/2 หมู่ 3 ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จ.นครนายก หรือเสี่ยกรุง อดีตเจ้าของเต๊นรถยนต์มือสองในพื้นที่ อ.เมืองสุพรรณบุรี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิง จำนวน 13 นัดเสียชีวิตที่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 2 ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จากการสอบสวนทราบว่ามือปืนที่ก่อเหตุคือนายสุเทพ  พุ่มพันธุ์สน อายุ 42 ปี หรือฉายาเทพ 100 ศพ อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 4 ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี หลังก่อเหตุ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปเหตุเกิดตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น




           หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ชัยรัตน์  ทิพยจันทร์ รรท.ผบก.สุพรรณบุรี ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อนุสรณ์ วนาปกรณ์ รองผบก.พ.ต.อ.สุระพรรณ  นาทวรทัต  ผกก.กส.ภ.จว.สุพรรณบุรี และฝ่ายสืบสวน สภ.สระแก้ว   เจ้าของพื้นที่ นำกำลังสืบสวนติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด โดยหลังก่อนายสุเทพ ได้หลบหนีไปพักอาศัยกับเพื่อนที่เคยรู้จักช่วงติดคุกในเรือนจำมาก่อน ในหลายท้องที่ ทั้งในพื้นที่สุดท้ายได้หนีไปกบดานพื้นที่ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร  ควบคุมตัวมาสอบสวน

            จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นคนลงยิงนายสรศักดิ์  เสียชีวิตจริง สาเหตุเนื่องจากโกรธเคืองที่ผู้ตายด่าทอตนและบิดามารดา ขณะกำลังนั่งดื่มสุราจึงเดินไปหยิบอาวุธที่ซุกอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ ออกมากระหน่ำยิงจนสายสรศักดิ์   เสียชีวิตหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปอาศัยอยู่ตามบ้านเพื่อนในพื้นที่ต่างๆกระทั่งถูกจับ





           สำหรับประวัตินายสุเทพ หรือฉายาเทพ 100 นั้นเคยก่อเหตุปล้นฆ่า และฆ่าผู้อื่นมาแล้ว 9 คดีถูกศาลตัดสินจำคุก160 ปีแต่เหลือ 50 ปีสุดท้ายติดคุกแค่ 14 ปีพ้นโทษเมื่อเดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมาหลังพ้นโทษได้ประกอบอาชีพขายลูกชิ้นและไส้กรอก กระทั่งมารู้จักกับผู้ตายแล้วมาก่อเหตุขึ้นด้วยความเมาและบันดาลโทสะที่ถูกผู้ตายด่าทอ จากนั้นได้ควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุท่ามกลางการคุ้มกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย


เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

รพ.เจ้าพระยายมราช จัดสัมมนา " ร่วมใจประหยัดพลังงานเพื่อในหลวง ครั้งที่ ๘ "



              โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช  จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ " ร่วมใจประหยัดพลังงานเพื่อในหลวง ครั้งที่ ๘ "  ระหว่างวันที่ ๕-๖ มีนาคม ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุม ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ชั้น ๑๐ อาคารอำนวยการ โรงพระยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี





                วันที่  ๕  มีนาคม  ๒๕๕๘  เวลา  ๐๙.๐๐ น. นายแพทย์ชัชรินทร์ ปิ่นสุวรรณ  ผู้อำนวยการ   โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช  พร้อมคณะแพทย์ เจ้าหน้าที่ ร่วมเป็นเจ้าภาพ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ " ร่วมใจประหยัดพลังงานเพื่อในหลวง ครั้งที่ ๘ ระหว่างวันที่ ๕-๖ มีนาคม ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุม ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ชั้น ๑๐ อาคารอำนวยการ โรงพระยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี  โดยมี นายอนุชา อนันตศานต์ ผู้อำนวยการสำนักกำกับและอนุรักษ์พลังงาน  ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน






         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว " พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย " 

             การอนุรักษ์พลังงานและการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนชุมชน มีจุดประสงค์เพื่อที่เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีพลังงานทดแทน และเทคโนโลยีการประหยัดพลังงาน ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องด้วย พระปรีชาสามารถและพระวิสัยทัศน์อัน กว้างไกลด้านพลังงานทดแทนของพระองค์ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศ ก่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างกว้าง ขวางสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิง อีกทั้งยังช่วยให้พสกนิกรชาวไทยมีรายได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เปรียบพระองค์ท่านได้ดั่ง ' องค์พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย '  ..





            นายแพทย์ชัชรินทร์ ปิ่นสุวรรณ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช  ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า .. การอนุรักษ์พลังงานเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ในแนวคิดการร่วมใจอนุรักษ์พลังงานเพื่อเทิดพระเกียรติ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันแสดงศักยภาพทำความดี เพื่อถวายแด่ในหลวง   พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย "  และ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน






            โรงพระยาบาลเจ้าพระยายมราช   เป็นโรงพระยาบาลศูนย์ ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดให้บริการ ตั้งแต่วันที่ ๒๙  พฤศจิกายน ๒๔๖๙ จนถึงปัจจุบันรวม ๘๙ ปี อยู่ในเขตบริการสาธารณสุขที่ ๕ ( กลุ่มภาคกลางตอนบน ) เป็นโรงพระยาบาลศูนย์ ขนาด ๖๐๒ เตียง มีพื้นที่บริการประกอบด้วยอาคาร ๑๒ อาคาร โดยมีคนไข้ในเฉลี่ย ๒๐๐,๐๐๐ เตียง-วัน/ปี และได้รับการพัฒนางาน ตามมาตรฐาน HA ( Hospital Accerditation )  จนได้รับการประเมินรับรองคุณภาพในปี ๒๕๕๒ และ ๒๕๕๔ โดยปัจจุบันการพัฒนาคุณภาพการบริการได้มีการบูรณาการอนุรักษ์พลังงานเข้าไปในงานประจำผ่านการวิเคราะห์กระบวนการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด











            ซึ่งทำให้ผู้ปฏิบัติมีความรู้สึกว่า ไม่เป็นการเพิ่มภาระงาน ส่งผลให้หน่วยงานเกิดการพัฒนาคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่องและได้กำหนดให้การอนุรักษ์พลังงานเป็นยุทธศาสตร์ของโรงพระยาบาล มีการกำหนดพันธกิจในหัวข้อ " เสริมสร้างระบบบริหารจัดการให้มีความโปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาล โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมและพอเพียง รวมทั้งมีระบบการควบคุม ติดตาม ประเมินผลที่เหมาะสม " โดยมีความมุ่งมั่นเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานของภาคกลาง






           จากผลการดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงาน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ - ๒๕๕๗  สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจริงรวมได้ ๓,๑๓๒,๙๖๒.๐๘ kwh  คิดเป็นเงิน  ๑๓,๑๔๖,๘๒๖.๖๔  บาทคิดเป็นผลประหยัดรวมลดลง ๒๕.๗๘ %







           โดยการประชุมสัมมนาครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุม  ๔๐๐ คน จากโรงพระยาบาลเครือข่ายพลังงานทั่วประเทศ  โรงพระยาบาลภาครัฐและเอกชน ตลอดจนได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูง จากโรงพระยาบาลเครือข่ายพลังงานมาร่วมเสวนาและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน โดยหลังพิธีเปิดงาน นายอนุชา อนันตศานต์ ผู้อำนวยการสำนักกำกับและอนุรักษ์พลังงาน  ได้ให้เกียรติ ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ " ทิศทางการอนุรักษ์พลังงานในอนาคต "  







         เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

  

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

สุพรรณบุรี ล่าฆาตกรโหดบุกทุบแม่เฒ่าดับหน้าบ้าน




            เมื่อเวลา 16.20 น.วันที่ 4 มี.ค. ร.ต.ท.ณัฐรินทร์ โททะรินทร์ พงส.สภ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุคนถูกทำร้ายเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 3 ต.ทัพหลวง ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ รรท.ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ร.ต.ท.เชื่อม วัชราทัย รอง สว.สส. กำลังฝ่ายสืบสวน แพทย์เวร รพ.หนองหญ้าไซ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวพบศพนางแอบ จันก๊ก อายุ 65 ปีเจ้าของบ้านมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่บริเวณท้ายทอยนอนตะแคงเสียชีวิตอยู่หน้าประตูบ้าน
          จากการสอบสวนนายฟื้น จีนก๊ก อายุ 67 ปีสามีผู้ตายให้การเบื้องต้นว่าก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนและคนในบ้านกำลังจะทำขนมข้าวต้มมัดกันอยู่ในบ้านโดยนางแอบ ภรรยาได้เดินออกมายืนอยู่หน้าบ้านทันใดนั้นมีคนร้ายเป็นชาย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ จำยี่ห้อ สีทะเบียนไม่ได้เข้ามาจอดทำทีถามผู้ตายว่าจะมาหาซื้อของเก่าเมื่อผู้ตายเผลอคนร้ายได้ใช้ท่อนไม้รุมตีจนผู้ตายล้มแน่นิ่งหลังก่อเหตุคนร้ายได้รีบขึ้น จักรยานยนต์ที่เพื่อนติดเครื่องรออยู่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ติดตามจับกุมคนร้ายแต่ไร้วี่แวว



             ร.ต.ท.เชื่อม วัชราทัย  รอง สว.สส.กล่าวว่าจากการสอบถามญาติผู้ตายเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใครในหมู่บ้านแต่เพิ่งกลับมาจาก จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมาเนื่องจากไปอยู่กับหลานกระทั่งก่อนเกิดเหตุขณะที่ผู้ตายกำลังจะทำขนมได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คนสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดเทียบแล้วทำทีขอซื้อของเก่าเมื่อสบโอกาสได้ใช้ท่อนไม้กระหน่ำตีจนผู้ตายแน่นิ่งก่อนหลบหนีส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างสอบสวน


ศูนย์ข่าวสุพรรณบุรี
เรวัติ น้อยวิจิตร  hub admin  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สระบุรี ตร.สืบรวบแม่ นักค้ายาบ้า พร้อมของกลาง 30,000 เม็ด





    วันนี้(3 มีนาคม 2558) เวลา 15.30 น.ที่หน้ากองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยพันตำรวจเอก ภูบาล ทับจันทร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี และกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนางสมพร โตพุ่ม อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 21 ม.9 ต.บ้านเขียน อ.หันคา จ.ชัยนาท พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ลักษณะเม็ดสีส้มปนสีเขียวกลมแบนมีอีกอักษรภาษาอังกฤษ “WY” ประทับด้านบนเม็ดยา บรรจุในถุงพลาสติกสีฟ้าแบบเปิด – ปิดบน จำนวน 1 ถุง  มียาบ้าเม็ดสีส้ม 198 เม็ด เม็ดสีเขียว 2 เม็ด รวมยาบ้า 200 เม็ด  มัดรวมกันด้วยหนังยาง นอกจากนี้ยังพบยาบ้าห่อด้วยกระดาษสากันน้ำสีน้ำตาลมี 15 มัด  ยาบ้า จำนวน 30,000 เม็ด ห่อหุ้มรวมด้วยถุงพลาสติกสีดำอีกชั้นหนึ่งพร้อม กล่องกระดาษขนาด 5x16 นิ้ว มีข้อความข้างกล่องว่า “LASER TONER” จำนวน 1 ใบ กระเป๋าหนังสีน้ำตาล แบบมีหูหิ้ว จำนวน 1 ใบและโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ซัมซุง จำนวน 2 เครื่อง





    โดยเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2558 เวลาประมาณ 16.30 น. บริเวณหน้าร้านอาหารอีสานตามสั่ง ริมถนนสายเลี่ยงเมือง ม.7 ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จ.สระบุรี ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสระบุรีได้สืบทราบว่านางสมพร โตพุ่ม อายุ 57 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ร่วมกับนายตั้ม อายุ 30 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ จ.สมุทรปราการ จะนำยาบ้าจากทางจังหวัดสมุทรปราการ มาส่งมอบให้กับลูกค้าในจังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้ร่วมกันวางแผนจนสามารถจับกุมตัวนางสมพร ฯ พร้อมยาบ้า จำนวน 30,000 เม็ด ส่วนนายตั้ม หลบหนีไปได้ ซึ่งอยู่ในระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี ในชั้นจับกุมนางสมพรฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และยังรับอีกว่ายาบ้าดังกล่าวข้างต้นเป็นของตนเองโดยได้นำยาบ้ามาจาก นายตั้ม มาจำหน่ายในเขตสระบุรี จนสามาถูกจับกุมได้ในครั้งนี้ โดยนำมาจำหน่ายในราคามัดละ 110,000 บาท โดยนางสมพรฯ จะได้ค่าจ้างในการส่งยาบ้ามัดละ 10,000 บาท โดยทำมาหลายครั้งแล้วจนมาถูกจับกุมได้ในครั้งนี้





          ทั้งนี้นางสมพรฯให้การว่า เมื่อสามปีที่แล้วนายนัฐพล หรือตู้ โตพุ่ม ลูกชายได้ถูกตำรวจจับกุมพร้อมยาบ้าจำนวนแสนเม็ด  โทษประหารชีวิตรับสารภาพเหลือจำคุกตลอดชีวิต ขณะนี้อยู่ที่เรือนจำจังหวัดเชียงราย นอกจากนี้เมื่อปีที่แล้วนางนริศษา โตพุ่ม ลูกสาว ก็โดนจับกุมพร้อมยาบ้า 1,000 เม็ด ศาลตัดสินจำคุก 33 ปี 4 เดือน  อยู่ที่เรือนจำของเปรม  ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลการจับกุม และจะติดตามเครือข่ายและผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่มาดำเนินคดีต่อไป




(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ น้อยวิจิตร  hub admin  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สระบุรีจัดงานวันสตรีสากล เสริมพลังสตรี สร้างพลังสังคม




            เมื่อวันที่3 มีนาคม2558 เวลา10.00 น.นายวิเชียร   พุฒิวิญญู  ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดงานวันสตรีสากล  มีนาย วิทยา  สโรบล นายอำเภอหนองแค กล่าวรายงานและนาง วิลาวัณย์ เจียมศรีสกุล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรีกล่าววัตถุประสงค์ มีหน่วยงานจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี สมาคมสหพันธ์สตรีเพื่อสันติโลก(แห่งประเทศไทย)กลุ่มแม่บ้าน กลุ่ม อสม. กลุ่มอาชีพสตรีจากการร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ได้จัดงาน





          เพื่อพัฒนาให้เต็มรูปแบบและขยายผลสู่พื้นที่ใกล้เคียงเพื่อพัฒนาการให้สอดคล้องในสังคมปัจจุบันว่าสตรีก็มีบทบาทอีกทางหนึ่งของสังคมไทยที่สามารถทำหน้าที่ได้ดีเช่นกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีซึ่งให้ได้มาด้วยความเสมอภาคและพัฒนาและสันติภาพจึงสร้างเครือข่ายกลุ่มสตรีขึ้นมาจึงได้จัดกิจกรรมประกอบด้วย นิทรรศการ มีพื้นที่การเรียนรู้ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตเพื่อเป็น อัตลักษณ์ชุมชนและเชิดชูเกียรติสตรี มีการเสวนาพุดคุยในเรื่องบทบาทและเสริมสร้างความมั่นคงภาคีเครือข่ายให้มีส่วนร่วมต่อสังคมไทยได้มีแผนพัฒนาสตรีมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2555-2559





            ซึ่งปัจจุบันทำให้สตรีได้รับการส่งเสริมมากขึ้นโดยเฉพาะด้านความเสมอภาคระหว่างชายหญิงได้รับการศึกษาสตรีไทยสามารถเรียนในระดับอุดมศึกษาและทำหน้าที่เทียบเท่าผู้ชายและทำงานได้ทุกหน่วยงานทุกรูปแบบเช่นกันดังนั้นในวันนี้เป็นวันสตรีสากลทางจังหวัดสระบุรีทุกองค์กรส่วนท้องถิ่นจึงร่วมจัดงานวันสตรีสากลขึ้น



(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ น้อยวิจิตร  hub admin  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สระบุรี ผู้ตรวจราชการฯ ติดตามความก้าวหน้าโครงการฯตามนโยบายรัฐบาล





             ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อม  ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และคณะลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการต่างๆ ตามนโยบายรัฐบาล




             เมื่อ 2 มี.ค.58 นางประภาศรี บุญวิเศษ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพิเชษฐ  ไพบูลย์ศิริ   ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และคณะลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อตรวจราชการแบบบูรณาการตามแผนงาน โครงการต่างๆ ประจำปีงบประมาณ  2558 รอบที่ 1  โดยได้มีการประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน  ณ ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดสระบุรี



               สำหรับประเด็นนโยบายที่ดำเนินติดตามคือประเด็นนโยบายในการดำเนินการกรอบประชาคมอาเซียน   ได้แก่การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าและการบริการ  โครงสร้างพื้นฐาน ด้านโลจิสติกส์  การเพิ่มศักยภาพของเมืองเพื่อเชื่อมโยงในการเข้าสู่ประชมอาเซียน  รวมทั้งการจัดทรัพยากรมนุษย์ ให้มีคุณภาพชีวิตและได้รับการคุ้มครองทางสังคม     การติดตามนโยบายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้านการจัดการขยะมูลฝอย  การดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ตามพระราชดำริ และโครงการการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  รวมทั้ง การดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระบุรีในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่




              ทั้งนี้คณะผู้ตรวจราชการ ได้ให้คำแนะนำ   พร้อมให้ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไข เพื่อให้การดำเนินงานโครงการของจังหวัดหรือของกลุ่มจังหวัดเกิดประสิทธิผลบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายนโยบายของรัฐบาล และพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง




             จากนั้นคณะผู้ตรวจราชการ ได้ลงพื้นที่ติตามการพัฒนาศักยภาพศูนย์กระจายสินค้า OTOP และ SME  ณ ศูนย์โอทอปคอมเพล็ก พุแค  โดยมี นางอารีย์  คีรีวรรณ พัฒนาการจังหวัดสระบุรี และคณะ ให้การต้อนรับ จากนั้นเดินทางติดตาม โครงการปรับปรุงเส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว การซ่อมสร้างถนนลาดยาง AC สายบ้านหนองหว้า-บ้านหนองตาปอ ม.11 ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี  การซ่อมสร้างถนนลาดยาง AC สายบ้านหนองหว้า-บ้านสาธุประชาสรรค์  ม.11 ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี  และติดตามโครงการตามนโยบายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้านการจัดการขยะมูลฝอย สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยในพื้นที่วิกฤติซึ่งเป็นขยะมูลฝอยเก่าในพื้นที่เทศบาลเมืองพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี



 (คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ น้อยวิจิตร  hub admin  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445