วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

ว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์ จองพานิช นำสักการะและเปิดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ



           จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมสักการะพระบิดาแห่งมาตรฐาน การช่างไทย ในงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง







             ว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์  จองพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี   เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” และเปิดงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ  ประจำปี 2559 ณ หอประชุมอาชาสีหมอก จังหวัดสุพรรณบุรี  เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย และทรงพระปรีชาสามารถด้านการช่าง รวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐานสากล สืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างของสโมสรโรตารี่ กรุงเทพฯ เมืองวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2513 ณ ลุมพินีสถาน กรุงเทพฯ และทรงมีพระราชดำรัสในพิธีเปิดงาน โดยทรงกล่าวถึงปัญหาเรื่องช่างฝีมือ ซึ่งต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและมีประสิทธิภาพได้มาตรฐาน จากพระราชดำรัสดังกล่าว แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีความห่วงใยต่อแรงงานไทย และทรงให้ความสำคัญกับมาตรฐานงานช่างของคนไทยเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งพระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านการช่างเป็นที่ประจักษ์ต่อพสกนิกชาวไทยอย่างชัดเจน  ตามกระแสรับสั่งดังกล่าว จังหวัดสุพรรณบุรี สามารถต่อยอดการสร้างบ้านไห้ผู้อยากไร้ ได้มีที่อยู่อาศัย  จำนวน 110 หลัง โดยมีสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค 2 สุพรรณบุรี ได้อบรมช่างที่จะช่วยสร้างบ้าน ตามโครงการบ้านสวยเมืองสุข  และเป็นคณะกรรมการช่วยเหลือเยื่อการค้ามนุษย์ ให้มีอาชีพ ดังนั้นไม่ว่าจะสังกัดใด ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแบบบูรณาการช่วยกันพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีมาตรฐาน ให้ฝีมือแรงงานมีการพัฒนาเพื่อสู้กับนานาประเทศได้







               ด้านนายอรรถพล  สุวันธนเดชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 2 สุพรรณบุรี กล่าวว่า วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ถือเป็นวันสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังแรงงานให้มีมาตรฐาน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการผลิตสินค้าและบริการที่ดีแก่ผู้บริโภค และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้  ได้จัดแสดงนิทรรศการฝีมือด้านเทคนิคช่าง โชว์ผลงานผลิตภัณฑ์นวัตกรรมภูมิปัญญา ระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน ที่ บริเวณหอประชุมอาชาสีหมอกเพื่อสร้างแรงกระตุ้นแก่แรงงานไทยให้มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง รองรับประชาคมอาเซียน(AEC)







เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สุพรรณบุรี จัดค่าย “ ลุยโคลนปลูกข้าว ” ณ หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย




            จังหวัดสุพรรณบุรี จัดค่าย “ลุยโคลนปลูกข้าว” ณ หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ในวันที่ 26 มี.ค.59 ซึ่งเป็นกิจกรรมสำหรับครอบครัว เพื่อศึกษาหาความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการทำนา การทำเกษตรกรรมแบบชาวนาชนบทอย่างเรียบง่ายๆ โดยฝึกให้น้องๆ เรียนรู้กระบวนการการปลูกข้าว วิธีการเตรียมดิน การหว่านข้าว การแปรรูปข้าว การใช้ควายในการทำนา นวดข้าว เพื่อให้ตระถึงถึงคุณค่าของข้าว กว่าจะมาเป็นข้าวในจานให้เรารับประทาน





             สำหรับกิจกรรมนั้นจะแบ่งเป็นฐาน เช่น ฐาน ค.ควาย น่ารัก ฐานนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง “ควาย” ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ประวัติความเป็น การค้นพบ การนำมาใช้งาน การเลี้ยงดู ตลอดจนวิธีการบังคับ การนำมาใช้งาน เป็นต้น ฐานที่ 2 หมู่บ้าน ชาวนา จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องบ้าน โดยเฉพาะรายละเอียดของบ้านทรงไทยแต่ละภาค ว่ามี รูปแบบการก่อสร้างอย่างไร องค์ประกอบรอบๆ บ้านมีอะไรบ้าง มีรูปแบบการดำรงชีวิตอย่างไร ฐานที่ 3 ฐาน วัฏจักรข้าวและการดำนา จะให้ข้อมูลเริ่มตั้งแต่ระดับต่าง ๆ ของข้าวว่าแต่ละช่วงอายุของข้าวเป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงวิธีการดำนา ฐานที่ 4 ฐาน จากท้องนาสู่ลานข้าว ฐานนี้จะเริ่มตั้งแต่เอาข้าวที่ได้จากการเกี่ยวข้าวเรียบร้อยแล้ว นำมานวดโดยใช้แรงควายในการเหยียบย่ำรวงข้าว เพื่อแยกเมล็ดข้าวจากรวงข้าว ต่อจากนั้น จะนำไปทำความสะอาดด้วยเครื่องสีโบก และสีด้วยเครื่องสีฝัดตามลำดับ สุดท้ายก็ได้ข้าวสารเรียบร้อย พร้อมที่จะนำไปหุงรับประทานได้แล้ว ส่วนฐานสุดท้าย คือ การแปรรูปข้าว ทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว เพื่อให้เด็กๆเรียนรู้ถึงประโยชน์ของข้าวที่นำมาประกอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ขนมครก ขนมจีน ข้าวเหนียวปิ้ง ข้าวเหนียวแดง เป็นต้น





เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สระบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุ ไฟไหม้บ้านไม้ 2 ชั้น รับทำเฟอร์นิเจอร์ วอด 2 หลัง

     


             วันที่ 1 มี.ค.59 เวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรีได้รับแจ้งเหตุว่ามีเพลิงไม้บริเวณทางเข้าหมู่บ้านประเสริฐสุข ม.1 ต.ดาวเรือง อ.เมือง จ.สระบุรีจึงได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองสระบุรีให้ช่วยดับไฟที่กำลังลุกไหม้ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้บ้านไม้ 2 ชั้นซึ่งปลูกติดกันอยู่ 2 หลัง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังกันฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้ไม่ให้ลามไปยังบ้านหลังอื่น ซึ่งขณะที่กำลังฉีดน้ำควบคุมเพลิงอยู่นั้นได้ยินเสียงถังก๊าซหุงต้มได้ระเบิดดังประกอบกับบ้านที่ไฟลุกไหม้เป็นบ้านที่รับจ้างทำเฟอร์นิเจอร์จึงมีพวกสารเคมีประเภท กอฮอล์ ทินเนอร์และสี จึงทำให้เป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดีไฟจึงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้เวลาในการควบคุมเพลิงประมาณ 40 นาทีเพลิงจึงได้สงบลง โดยใช้รถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองสระบุรีจำนวน 6 คัน ในการฉีดน้ำดับเพลิงและฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียง
     




         จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ได้ยินเสียง แป๊ะ แป๊ะ ดังขึ้นบนชั้น 2 ของบ้านที่เกิดเพลิงไหม้จากนั้นก็เกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วจึงได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ส่วนบ้านที่เกิดเพลิงไหม้เป็นบ้านของนายทัน และนางสมัย กองทอง สองสามีภรรยา บ้านเลขที่ 1/7 ม.1ต.ดาวเรือง อ.เมือง จ.สระบุรี ซึ่งเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นรับทำเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งขณะเกิดเหตุได้ออกไปทำธุระนอกบ้าน จากนั้นเพลิงได้ลามลุกไหม้ไปยังบ้านที่ปลูกติดกันซึ่งเป็นบ้านของนายสมชาย และนางไสว เปี้ยอ่อน ซึ่งขณะเกิดเพลิงไหม้ได้ออกไปขายเสื้อผ้ายังตลาดโรงเกลือ จ.สระบุรี
               




          จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบถึงสาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ต่อไป






(คนธรรมดา ม้าตัวเดียว)
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สุพรรณบุรี ว่าที่ ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์ จองพานิช กำชับทุกหน่วยงานคุมเข้มปัญหาไฟป่าและหมอกควัน




           ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กำชับทุกหน่วยงานคุมเข้มปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เพราะยังมีการเผาในพื้นที่ทำเกษตร หวั่นส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน




             ว่าที่ ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์  จองพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี  กล่าวว่า จังหวัดสุพรรณบุรี ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เนื่องจากเป็นจังหวัดที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าปานกลาง เพราะยังมีการเผาในพื้นที่ทำเกษตร การเผาวัชพืชริมทาง และการเผาในชุมชน ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในช่วงฤดูแล้ง ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ประกอบกับเพื่อให้มีข้อมูลสำหรับการติดต่อประสานงานในการช่วยเหลือราษฎรได้ทันท่วงที อีกทั้งเพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่เกิดจากไฟป่าและหมอกควัน รวมทั้งให้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถฟื้นฟู พื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เมื่อเกิดเหตุสถานการณ์ไฟป่า ให้หน่วยงานที่ รับผิดชอบพื้นที่ป่าตามที่กำหนดส่งเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงานโดยทันทีตามแผนของหน่วย และ ควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชน โดยจัดระบบการจัดเก็บคัดแยกและจัดการขยะมูล ฝอยอย่างถูกวิธี ทั้งควบคุมมิให้มีการเผาขยะมูลฝอยในเขตชุมชนและบริเวณริมทางโดยเด็ดขาด  ส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้การทำเกษตรอินทรีย์ปลอดการเผา การจัดระเบียบการเผา การใช้ ประโยชน์เศษวัสดุการเกษตร และขอความร่วมมือให้งดเว้นการจุดไฟใกล้บริเวณแนวป่าโดย เด็ดขาด







เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สุพรรณบุรี นายประดิษฐ์ บุญตันตราภิวัฒน์ เตรียมมาตรการบริหารจัดการน้ำรองรับภัยแล้ง



              คณะกรรมการลุ่มน้ำท่าจีน เตรียมมาตรการบริหารจัดการน้ำ รองรับสถานการณ์ภัยแล้ง หลังคาดการณ์ภัยแล้งยังรุนแรงและสถานการณ์น้ำค่อนข้างวิกฤติ




             นายประดิษฐ์ บุญตันตราภิวัฒน์ ประธานอนุกรรมการลุ่มน้ำท่าจีนด้านวิชาการ เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการลุ่มน้ำท่าจีนครั้งที่ 1/2559 ที่ห้องประชุมเลขานุการคณะกรรมการลุ่มน้ำท่าจีน จังหวัดสุพรรณบุรี  เพื่อเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง ปี 2559  รวมถึงวางแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำท่าจีน





             ประธานอนุกรรมการลุ่มน้ำท่าจีน กล่าวด้วยว่า ขณะนี้น้ำต้นทุนเหลือในเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่ง รวม 3,818 ล้านลูกบาศก์เมตร ความต้องการใช้น้ำรวม 1,880 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคาดการณ์ว่าในรอบ 4 เดือน สถานการณ์น้ำยังคงวิกฤติ  เพราะเมื่อถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2559 จะมีการระบายน้ำอีกรวม 1,973 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีปริมาณน้ำใช้คงเหลือเพียง 1,958 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นจึงกำหนดมาตรการการควบคุมการระบายน้ำและการจัดสรรน้ำเป็น 3 กรณี  ได้แก่ กรณีสถานการณ์ใกล้เคียงกับการคาดการณ์ต้องควบคุมการระบายน้ำอย่างเคร่งครัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำท่าจีน / กรณีปริมาณน้ำใช้การได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ ต้องพิจารณาปรับลดการใช้น้ำและควบคุมการจัดสรรน้ำ และกรณีปริมาณน้ำใช้การได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์เกินกว่าร้อยละ 20 ให้พิจารณาเพิ่มการระบายน้ำเท่าที่จำเป็น ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและให้เพียงพอต่อการผลิตน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค





เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สุพรรณบุรี จัดงานมหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

      


          จังหวัดสุพรรณบุรีขับเคลื่อนนโยบายประชารัฐสร้างอาชีพแรงงาน เน้นฝึกฝนนักเรียนอาชีวะให้มีพื้นฐานอาชีพ สอดคล้องกับความถนัดและความต้องการของตลาดแรงงาน

            นายพิภพ บุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี  กล่าวถึงการจัดงานมหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ประจำปี 2559 ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 2 จ.สุพรรณบุรี ว่าเป็นช่องทางหนึ่งในการพัฒนาฝีมือแรงงานและศักยภาพของกำลังแรงงาน ให้กำลังแรงงานฝีมือได้มาตรฐานระดับสากล มีความสามารถในการประกอบอาชีพสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน  นอกจากนี้ ยังเป็นการขับเคลื่อนการเพิ่มทักษะฝีมือกำลังแรงงานไทยในรูปแบบ “ประชารัฐ” มุ่งเน้นฝึกฝนเยาวชนให้มีพื้นฐานสร้างอาชีพ ที่สอดคล้องกับความถนัดของตนเองและความต้องการของนายจ้าง ควบคู่กับการผนึกกำลังกับหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการและสถานประกอบการเพื่อยกระดับคุณภาพวิชาชีพอาชีวศึกษา

            ทั้งนี้มีกิจกรรมจำนวนมาก ประกอบด้วย การฝึกอบรมทักษะฝีมือแรงงาน ทั้งช่างเชื่อม ช่างยนต์ ช่างเครื่องปรับอากาศ ช่างไฟฟ้า ฯลฯ การฝึกอาชีพคนพิการ การแนะแนวอาชีพให้กับนักเรียนอาชีวะ และการอภิปราย หัวข้อ “ความต้องการกำลังแรงงานของสถานประกอบกิจการและความสำเร็จของการเป็นฝีมือแรงงาน” รวมถึงการลงนามบันทึกความร่วมมือ MOU ด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานระหว่างสถาบันด้วย


เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สระบุรี ชมรมคนรักในหลวง จัดพิธีปฏิญาณตนพร้อมมอบเสื้อตราสัญลักษณ์



 
                  มูลนิธิบุคคลพอเพียง ร่วมกับ ชมรมคนรักในหลวง จังหวัดสระบุรี จัดพิธีปฏิญาณตนร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์   พร้อมมอบเสื้อตราสัญลักษณ์   ณ โรงเรียนสุธีวิทยา ต.พระพุทธบาท  อ.พระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี









                  เมื่อ 29 ก.พ. 59  เวลา 13.00 น. นายสุภาพ   สุนทรนนท์ ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดสระบุรี และคณะกรรมการชมรมฯพลตรี ณรงค์ นาคปรีชา ประธานที่ปรึกษาชมรมฯ จัดพิธีมอบเสื้อตราสัญลักษณ์ ให้กับสมาชิกใหม่  โดยมี นายแปลก  เทพลักษณ์ นายอำเภอพระพุทธบาท เดินทางเป็นประธานในพิธี    มี นาย. ชวิศ  จิตปุณยพงศ์  ผอ.โรงเรียนสุธีวิทยา พร้อม  คณะข้าราชการ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไป  กว่า 850  คน  ให้การต้อนรับ








                มีกิจกรรม   คณะวิทยากร อ. สุนันทา ชม วีดิทัศน์ ให้การอบรมความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับบทบาทของพระมหากษัตริย์ไทยในการป้องกันประเทศ  ชมพระราชกรณียะกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ 9 และโครงการเกษตรทฤษฏีใหม่ ตามแนวพระราชดำริ พร้อมแนะนำพื้นที่ ที่จัดทำโครงการเกษตรพอเพียง ต่างๆในโรงเรียน






            จากนั้น พสกนิกรในพิธี รับมอบเสื้อตราสัญลักษณ์ พร้อมใบประกาศ เกียรติคุณ ร่วมการปฏิญาณตน ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์  นำโดย นายสุภาพ  สุนทรนนท์   ประธานชมรมฯ จึงพร้อมใจกันกล่าวคำปฏิญาณตน มีใจความว่า  ข้าพเจ้า . ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า จะประพฤติตนเป็นพลเมืองดี มีความซื่อสัตย์สุจริต จะปฏิบัติตนตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะพิทักษ์รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สุดความสามารถหากข้าพเจ้าพบเห็น หรือล่วงรู้ว่ามีมันผู้ใดบังอาจกระทำการให้เป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระบุคลบาท หรือกระทำการในลักษณะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพองค์พระประมุข ข้าพเจ้าจะเข้าขัดขวางและสกัดกั้นการกระทำของมันผู้นั้นทุกวิถีทาง แม้จะต้องใช้ชีวิตเข้าแลก ข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะพลีเพื่อรักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทันที”






             ก่อนร่วมร้องเพลงสดุดีมหาราชา  เพลงสรรเสริญพระบารมี   พร้อมกันนี้ คุณป้าพเยาว์  สุขมงคล. กรรมการชมรมฯอ.พระพุทธบาท ได้บริจาคเงิน จำนวน 32,000 บาท เพื่อ จัดซื้อ แอร์ ให้กับทาง รร.สุธีวิทยา และนายธนันชัย  เอมชนานนท์  เป็น ตัวแทนในนามกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์บีทีเคนิวส์ ได้มอบนาฬิกาเพื่อใช้ในกิจการของโรงเรียน ตามโครงการ หนังสือพิมพ์ บีทีเคนิวส์ ร่วมกับ ชมรมคนรักในหลวงสระบุรี มอบนาฬิกาให้เวลากับโรงเรียน 100 เรือน อีกด้วย





            อนึ่ง นายธนันชัย  เอมชนานนท์ ประชาสัมพันธ์ ชมรมฯ ได้กล่าวถึงที่มาของชมรมคนรักในหลวง กำเนิดขึ้นประมาณต้นปี พ.ศ. 2554  เมื่อ พ.อ.อ.วีรพงษ์  สิทธิจันทร์เสน กับครอบครัว เกิดความเบื่อหน่ายจากการใช้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนในการทำมาหากินอยู่ในกรุงเทพฯ จึงตัดสินใจเดินทางกลับไปบ้านเกิดที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม โดยได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่เคยเป็นทั้งลูกจ้างบริษัท  และค้าขายอาหาร หันกลับมาใช้แนวทางการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่บนพื้นที่นาของตนเอง ซึ่งแม้จะขาดรายได้จากเดิมเดือนละประมาณ 2-3 หมื่นบาท แต่ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ อย่างมีความสุขกับธรรมชาติในชนบทที่บ้านของตนเอง ทำให้กลายเป็นต้นแบบการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงเป็นที่รับรู้ของญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ชาวบ้านใกล้เคียง ไปจนถึงส่วนราชการ เมื่อสามารถรวมกลุ่มประชาชนที่ให้ความสนใจกับแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง จึงได้มีการเสนอให้ตั้งชื่อกลุ่มไว้ใช้สำหรับเรียกขานว่า “ชมรมคนรักในหลวง” ด้วยเหตุผลเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นผู้พระราชทานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งชาวไทย และชาวโลกนั้นเอง







          ต่อมาได้มีผู้ร่วมอุดมการณ์ให้การสนับสนุนงบประมาณในการขยายเครือข่ายชมรมฯ ไปยังจังหวัดอื่นๆ และเพื่อความสะดวกในการบริหารงานจึงได้จัดตั้งองค์กรขึ้น ใช้ชื่อว่า “คณะบุคคลพอเพียง” ในเดือนพฤศจิกายน 2554 แต่เนื่องจาก ครม. ได้มีมติเรื่องอัตราภาษีของคณะบุคคล ซึ่งมีผลกระทบต่อการเสียภาษีเพิ่มจำนวนมาก จึงได้มีการจัดตั้ง “บริษัท บุคคลพอเพียง จำกัด” ในเดือนมกราคม 2556 ให้ทำหน้าที่แทน สุดท้ายเห็นว่าเนื่องจากการดำเนินงานมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ต่อสังคม โดยไม่มีเรื่องธุรกิจใดๆ การใช้ชื่อบริษัทดูไม่เหมาะสม จึงเห็นควรที่จัดตั้งเป็น “มูลนิธิบุคคลพอเพียง” แทนบริษัทฯ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556







(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445