วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บันทึกความทรงจำแห่งความภาคภูมิใจ ครบรอบ ๑๑๑ ปี " คนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน "







            ดร.เกษม บำรุงเวช อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ร่วมบันทึกความทรงจำแห่งความภาคภูมิใจร่วมกันในงานฉลองครบรอบ ๑๑๑ ปี จากโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่าสู่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา









             วันที่ ๑ ก.ค. ๕๙   เวลา ๗.๓๐น. ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ๑๑๑ รูป   เวลา  ๘.๓๐น ร่วมกันปลูกต้นไม้ที่ระลึก๑๑๑ปีหน้าอาคาร๒  เวลา ๑๐.๐๐ ไปร่วมพิธีถวายราชสดุดีร.๕. และ ร.๙. และชมการแสดงกิจกรรมต่างๆเทิดพระเกีรยติที่หอประชุมมหาวิทยาลัย  เวลา  ๑๐.๐๐ ไปร่วมพิธีถวายราชสดุดี ร.๕. และ ร.๙. และชมการแสดงกิจกรรมต่างๆเทิดพระเกียรติที่หอประชุมมหาวิทยาลัย












               

             อดีตผู้บริหารฯ.  ดร.นิเชต. สุนทรพิทักษ์.รศ.ดร.บุหงา. วัฒนะ. และ รศ.สุวิทย์. เฑียรทองให้เกียรติมาร่วมงาน   คณะศิษย์เก่าอาวุโสรุ่น ฝค.อย.  วค.อย. ส.รภ.อย.  ก็ให้เกียรติมาร่วมงานจำนวนมาก  คณะอาจารย์อาวุโสและคณาจารย์ปัจจุบันรวมทั้งเจ้าหน้าที่ ศิษย์เก่า. ศิษย์ปัจจุบันมาร่วมพิธีจำนวนมากเวลาเที่ยงทุกคนไปทานอาหารกลางวันที่โรงอาหารร่วมกัน  มีภาพบรรยากาศหน้าประตูทางเข้างานในหอประชุมวันนี้













             ช่วงบ่ายมีการแสดงละครเวทีโดยคณาจารย์และอื่นๆครับไม่ได้อยู่ร่วมงาน. คุณพรทิพย์ศิษย์เก่า. เป็นเลขาสมาคมศิษย์เก่าฯ. และเป็นเป็นประธานชมรมศิษย์เก่าการพัฒนาชุมชนส่งมาใ้ห้ผมครับจึงเผยแพร่ต่อทุกๆคน
















             ขอขอบคุณทุกๆคนมากๆครับที่ช่วยกันสร้างเกียรติชื่อเสียงสถาบันแห่งเกีรยติยศและศักดิ์ศรีของพวกเราทุกคน  ผู้เข้าร่วมพิธีถวายราชสดุดีลงทะเบียนในหอประชุมจะได้รับหนังสือที่ระลึก๑๑๑ปีทุกคน





ประวัติมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
      โรงเรียนฝึกหัดครู ที่หลังวังฯ คือ การตั้งต้นชีวิต วิทยาลัย ( ครูพระนครศรีอยุธยา ) ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พ . ศ . 2411-2453) ได้มีการปฏิรูปการศึกษาขึ้น การจัดการศึกษาสมัยนี้ แตกต่างไปจากเดิมเป็นการศึกษาในระบบโรงเรียนตามแบบตะวันตก มีโรงเรียน ครู หลักสูตร แบบเรียน อันเป็น รากฐานของการศึกษาสมัยใหม่ของประเทศมาจนถึงปัจจุบัน
      ในปี พ . ศ . 2430 ได้ก่อตั้งกรมศึกษาธิการ โรงเรียนที่มีอยู่ สมัยนั้นก็ขึ้นกับกรมศึกษาธิการทั้งสิ้น และอีก 2 ปีต่อมา คือ พ . ศ . 2432 ได้ตั้งกระทรวงธรรมการขึ้นเพื่อรับผิดชอบใน การจัด การศึกษาโดยตรง การฝึกหัดครูของไทยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ . ศ . 2435 ซึ่งขณะนั้นการจัดการฝึกหัดครูเป็นหน้าที่ของกรมศึกษาธิการ โรงเรียนฝึกหัดครูแห่งแรกตั้งขึ้นที่บริเวณโรงเลี้ยงเด็ก สะพานดำ พระนคร เรียกว่า “ โรงเรียน ฝึกหัดอาจารย์ ” สอนระดับประโยคประถม กำหนดเวลาเรียน 2 ปี ในปีแรกมีนักเรียนเพียง 3 คน ปีต่อมานักเรียนเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงย้ายมาอยู่ที่ตึกแม้นนฤมิตร วัดเทพศิริน ทราวาส เมื่อปี พ . ศ . 2445 เรียกว่า “ โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์เทพศิรินทร์ ” ปี พ . ศ . 2446 ได้ขยายหลักสูตรให้สูงขึ้นถึงขั้นฝึกหัดครูมัธยม
      ในปี พ . ศ . 2446 กระทรวงธรรมการ ได้ตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูขึ้นอีก แห่งหนึ่งที่บ้านสมเด็จเจ้าพระยา เรียกว่า “ โรงเรียนฝึกหัดครู ฝั่งตะวันตก ” สอนตามหลักสูตรครูมูล รับนักเรียนหัวเมืองเข้าศึกษา เพื่อมุ่งหมายให้ออกไปเป็นครูตามหัวเมือง เพื่อเป็นการสะดวกแก่การที่จะขยายการศึกษาให้แพร่หลายต่อไป กระทรวงธรรมการจึงได้ดำเนินการ จัดตั้งการฝึกหัดครูในหัวเมืองขึ้นในบางมณฑลด้วย การฝึกหัดครู ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ก่อกำเนิดขึ้นในขณะที่ยังเป็นมณฑล กรุงเก่าในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเริ่มดำเนินการด้วยการตั้งเป็นโรงเรียน ชื่อว่า “ โรงเรียน ฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า ” เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ . ศ . 2448 ตั้งอยู่ที่หลังพระราชวังจันทรเกษม จัดสอนวิชาสามัญ อนุโลมตามหลักสูตรมัธยมศึกษา 1-2-3 แต่เพิ่มวิชาครู โดยการคัดเลือกนักเรียนตามหัวเมืองในมณฑลมาฝึกหัดเป็นครู เพื่อส่งไปโรงเรียนต่างๆ ในมณฑล ( หัวเมืองในมณฑลกรุงเก่า คือ กรุงเก่า อ่างทอง สระบุรี ลพบุรี พรหมบุรี อินทร์บุรี สิงห์บุรี ) จนถึงปี พ . ศ . 2458 การฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า จึงเปลี่ยนแปลงระเบียบการใหม่ ตามระเบียบการฝึกหัดครูมูลหัวเมืองของกระทรวงธรรมการ การฝึกหัดครูมูล ได้ดำเนินการติดต่อกันมาจนถึงปี พ . ศ .2475 จึงยุบเลิกไปรวมเวลาที่โรงเรียนเปิดสอนหลักสูตรครูมูล ( ครู ป .) อยู่ประมาณ 27-28 ปี การก่อตั้งการฝึกหัดครูมณฑลกรุงเก่าได้รับเกียรติประวัติสูงสมฐานะ ของมณฑลเป็นที่สนใจของผู้ใหญ่ทุกชั้น อาทิ
      - พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน พระราชทรัพย์จำนวน 30 , 000 บาท ให้กระทรวงธรรมการก่อสร้าง โรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า


โรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า

- สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดี กระทรวงมหาดไทย ทรงให้การสนับสนุนการก่อสร้างโรงเรียนให้เป็นที่เรียบร้อยราบรื่น
- เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี ( ม . ร . ว . เปีย มาลากุล ) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ในครั้งนั้นยังเป็นพระยาวิสุทธิ์สุริยศักดิ์ อธิบดีกรมศึกษาธิการเห็นว่า
“ การใหญ่สำคัญของกรมศึกษาธิการก็คือ การฝึกหัดครูให้ดีแล้ว เป็นทางจริงๆ ที่จะให้การศึกษาเล่าเรียนในบ้านเมืองดำเนินสู่ทางเจริญ เพราะฉะนั้นในการที่จะสร้างและตั้งโรงเรียน ฝึกหัดอาจารย์จึงเป็นการสำคัญของกรมศึกษาธิการที่จะทำ ”
      ท่านผู้นี้ได้มาตรวจดูสถานที่ ที่จะสร้างโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่าแล้วตัดสินใจว่าจ้างสถาปนิก ชาวอิตาลีให้สร้าง โรงเรียนเป็นเงิน 30 , 000 บาท ก่อนได้รับอนุญาตจากกระทรวงธรรมการและกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เป็นเหตุให้เกิดการขุ่นเคืองถึงใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เพราะทำผิดแบบอย่าง ราชการ แต่เนื่องจากเป็นผู้ที่ทรงชอบพอรักใคร่และทรงเห็นในเจตนาที่ดีมิใช่ทำเพื่อ “ อาณาประโยชน์ของตน ” จึงพระราชทาน อภัยโทษให้ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระราชทรัพย์จำนวน 30 , 000 บาท ให้กระทรวงธรรมการ ก่อสร้างโรงเรียน
โรงเรียนนี้ได้บรรลุถึงซึ่งความเจริญเกิดประโยชน์ต่อการศึกษาของชาติมาจนถึงปัจจุบัน
      นอกจากโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า ที่หลังพระราชวัง จันทรเกษมแล้ว ในปี พ . ศ . 2467 มณฑลกรุงเก่ายังได้จัดตั้ง โรงเรียนฝึกหัดครูมูลกสิกรรมขึ้น ที่ตำหนักเพนียดอีกแห่งหนึ่ง ทั้งนี้ เป็นนโยบาย กระทรวงธรรมการที่ให้ทุกมณฑลตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมเพื่อฝึกหัดครู กสิกรรมสอนวิชาวิสามัญ ( ให้เรียนวิชากสิกรรม ) ในชั้นประถมปีที่ 4 และชั้นประถมปีที่ 5 เพราะถ้า เอาครูมูลสามัญไปสอนก็เท่ากับเอาเป็ดขัน
      การฝึกหัดครูกสิกรรมกับการฝึกหัดครูมูลสามัญ เป็นการฝึกหัดครูในระดับเดียวกันการแยกกันเรียนคนละแห่งนั้นเนื่องจากการ ฝึกหัดครูมูลกสิกรรม
จำเป็นต้อง มีสถานที่สำหรับฝึกหัด ทำการกสิกรรมด้วยซึ่งบริเวณหลังพระราชวังจันทรเกษมไม่มี 
สถานที่พอ และไม่เหมาะสมที่จะจัดการกสิกรรมอีกทั้งยังจอแจ แออัดด้วยนักเรียนชั้นประถม นักเรียนชั้นมัธยมที่มากขึ้นด้วย
ดังนั้นในปี พ . ศ . 2475 จึงได้ยุบเลิกแผนกฝึกหัดครูมูลสามัญ ที่โรงเรียนตัวอย่างมณฑลกรุงเก่า
( โรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า ) การฝึกหัดครูจึงรวมอยู่ในโรงเรียนฝึกหัดครูมูลตำหนักเพนียดแห่งเดียว

โรงเรียนฝึกหัดครูมูลกสิกรรม ที่เพนียดคล้องช้าง

พัฒนาการ “ สร้างความเป็นครู ” จากโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า สู่สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
ก . สถานภาพของโรงเรียนฝึกหัดครูมูลตำหนักเพนียดภายหลังการยุบเลิกมณฑล พ . ศ . 2476 ทางราชการ ได้ยุบเลิกมณฑลต่างๆ โรงเรียนฝึกหัดครูมูลตำหนักเพนียดจึงมีฐานะ เป็นโรงเรียนฝึกหัดครูมูลประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้ชื่อโรงเรียน ว่า โรงเรียนฝึกหัดครูมูลฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงสอนตามหลักสูตรครูมูลกสิกรรม พ . ศ . 2467 ตามเดิม
ข . การย้ายสถานที่ตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูมูล ฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จังหวัดและการเปลี่ยนชื่อโรงเรียน
พ . ศ . 2479 ทางราชการเห็นสมควรให้ย้ายโรงเรียนฝึกหัดครูมูล ฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดจากตำหนักเพนียด ไปอยู่ในกรมทหาร หัวแหลม เพราะมีอาคารว่างอยู่เป็นจำนวนมาก และมีบริเวณกว้างขวาง เหมาะในการฝึกหัดทำการกสิกรรม โดยแยกเป็นสองโรงเรียนคือ โรงเรียน ฝึกหัดครูชายและโรงเรียนฝึกหัดครูสตรี และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียน เป็น โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโรงเรียน ฝึกหัดครูสตรีประกาศนียบัตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทำการสอน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ . ศ . 2479 และมีการเปลี่ยนแปลงระเบียบการฝึกหัดครูใหม่ดังนี้
1. โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรประเภท ข ( กินนอนประจำ ) แผนกเกษตรกรรม
2. รับนักเรียนที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาบริบูรณ์ เข้าเรียนต่ออีก 2 ปี เมื่อสอบไล่ได้ชั้นปีที่ 2 แล้วจะได้รับประกาศนียบัตรจังหวัด ( ครู ว .)
3. รับครูประชาบาลที่ยังไม่มีวุฒิครู เข้ารับการอบรมอีก 1 ปี จบการอบรมแล้วจะได้รับประกาศนียบัตรครูประชาบาล ( ครู ป . บ .) เมื่อเปิด เรียนวันที่ 1 มิถุนายน พ . ศ . 2479 มีนักเรียนประภทในบำรุง ( รัฐบาล อุดหนุน ) 30 คน ประเภทนอกบำรุง ( ทุนส่วนตัว ) 40 คน และมีครูประชาบาลที่ยังไม่มีวุฒิครูมาเข้าอบรมเพิ่มเติม 39 คน รวมทั้งสิ้น 109 คน
      สิ้นปีการศึกษา 2479 ครูประชาบาลที่เข้ามาอบรม จบ การอบรม ได้วุฒิ ป . บ . ออกไปเป็นครู ตามโรงเรียนเดิมที่ตนสังกัดอยู่ 39 คน และสิ้นปีการศึกษา 2480 นักเรียนฝึกหัดครู 79 คน สอบไล่ได้ สำเร็จการศึกษาได้วุฒิ ครู ว . ออกไปเป็นครูประชาบาลตามสังกัดภูมิลำเนาเดิมของตน
      การผลิตครูทั้ง 2 ระดับ ( ครู ว . และครู ป . บ .) มีวุฒิต่ำกว่าครูมูล ( ครู ป .) แต่จำเป็นต้องทำ ทั้งนี้เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งผลิตครูให้ออกไปสอนในโรงเรียนชนบท ซึ่งยังขาดแคลนครูอยู่อย่างมาก ( เนื่องจาก พ . ร . บ . ประถมศึกษา ซึ่งประกาศใช้เมื่อ พ . ศ . 2464 มีผล บังคับใช้ทุกตำบลในประเทศไทย ในปี พ . ศ . 2478) ปรากฏว่า นักเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำเร็จออกไปเป็นครูตั้งแต่ปี พ . ศ . 2480-2482 มีจำนวนถึง 307 คน


โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดหญิง

      ชาวอยุธยาชอบเรียกโรงเรียนฝึกหัดครู ประกาศนียบัตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า ” โรงเรียนประกาด ” หรือ “ โรงเรียน ผักกาด ” เพราะโรงเรียนนี้เป็นการฝึกหัดครูแผนกเกษตรกรรม นักเรียนทุกคนต้องทำแปลงขนาด 1 X 4 เมตร คนละ 4 แปลง ปลูกผักตลอดทั้งปี
ค . การย้ายสถานที่ตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และการเปลี่ยนชื่อโรงเรียน
พ . ศ . 2484 รัฐบาลมีนโยบายจะปรับปรุงการทำสุราและเมรัย จำหน่ายแก่ประชาชน นายปรีดี พนมยงค์ ( หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ) เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลังรับผิดชอบในเรื่องนี้ จึงขอ เอาโรงงานต้มกลั่นสุราและเมรัยมาตั้งในจังหวัดนี้โรงหนึ่ง เพื่อความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ ของบ้านเกิดของท่าน โดยเอามาตั้งที่กรมทหารเก่า เพราะเป็นสถานที่ที่มีความเหมาะสมที่สุด ขณะเดียวกันท่านก็คำนึงถึงความเจริญในด้านการศึกษาของ จังหวัดเป็นอย่างยิ่ง กระทรวงการคลังจึงอนุมัติให้จ่ายเงินทุน ปรับปรุงสรรพสามิต จำนวน 2 แสนบาท เป็นค่าชดเชยให้ไปสร้างโรงเรียน 5 โรงเรียน ที่ต้องย้ายออกจากกรมทหาร โรงเรียน ฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้ย้าย ไปสร้างอยู่ในที่ราชพัสดุติดกับวัดวรโพธิ์ ( ตรงที่เป็นโรงเรียน ประตูชัยปัจจุบัน ) ในเนื้อที่ประมาณ 21 ไร่ ส่วนโรงเรียนฝึกหัดครูสตรีย้ายไปอยู่ที่ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ประมาณ 14 ไร่
พ . ศ . 2491 โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู พระนครศรีอยุธยา การจัดการศึกษาของโรงเรียนได้มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบการผลิตครู ดังนี้
1. หลักสูตร ครู ว . เปลี่ยนระเบียบใหม่ โดยรับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้าเรียนต่ออีก 2 ปี ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี พ . ศ . 2482-2492
2. หลักสูตร ครู ป . บ . ก็เปลี่ยนแปลงระเบียบใหม่เช่นกัน คือ รับนักเรียนที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เข้าเรียนต่ออีก 3 ปี ตั้งแต่ พ . ศ . 2490
3. หลักสูตรครูมูล ครู ป . นั้น โรงเรียนได้กลับมาเปิดสอน หลักสูตรนี้อีกระยะหนึ่งโดยรับนักเรียนที่สำเร็จมัธยมศึกษา ปีที่ 6 เข้าเรียนต่ออีก 1 ปี ตั้งแต่ พ . ศ . 2490-2497
โรงเรียนฝึกหัดครูพระนครศรีอยุธยา จึงเริ่มใช้ระบบการฝึกหัดครู แบบ 2-2-2 ของกรมการฝึกหัดครู ตั้งแต่ปีการศึกษา 2498 เป็นต้นมา การเรียน การสอน การวัดผล เปลี่ยนแปลงใหม่ ใช้ระบบหน่วยกิต
โรงเรียนฝึกหัดครูพระนครศรีอยุธยา เริ่มต้นผลิตครู ป . กศ . ในปี พ . ศ . 2498 โดยรับนักเรียนที่เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าเรียนต่อ 2 ปี โรงเรียนยังคงตั้งอยู่ที่เดิม จนถึงปี พ . ศ . 2509 จึงได้ย้ายสถานที่ตั้งใหม่


โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดชาย

ง . การย้ายสถานที่ตั้ง และการยกฐานะเป็นวิทยาลัยครู พระนครศรีอยุธยา
พ . ศ . 2509 โรงเรียนฝึกหัดครูพระนครศรีอยุธยาได้ย้ายมาตั้งอยู่ ณ ที่ปัจจุบัน เลขที่ 96 ถนนโรจนะ มีเนื้อที่ประมาณ 150 ไร่เศษ ( กรมการฝึกหัดครู ได้เจรจาตกลงขอแลกเปลี่ยนสถานที่กับกรมสามัญ จึงให้โรงเรียนประตูชัยของกรมสามัญซึ่งตั้งอยู่ ณ ที่นี้ ย้ายไปตั้งอยู่ ณ ที่ตั้งของโรงเรียนฝึกหัดครูพระนครศรีอยุธยา ) ในปีนี้โรงเรียนได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นวิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยาด้วย
พ . ศ . 2511 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศรวมโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูพระนครศรีอยุธยา เข้ากับวิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา
พ . ศ . 2517 เริ่มเปิดสอนถึงระดับปริญญาตรี ( ค . บ .) หลักสูตร 2 ปี จากผู้มีวุฒิ ป . กศ . สูง ป . ม . หรือ พ . ม . โดยเปิดสอนในปีแรกนี้ 2 สาขา คือ
สาขาประถมศึกษา ( วิชาเอกภาษาไทย ) และสาขามัธยมศึกษา ( วิชาเอกฟิสิกส์ )
พ . ศ . 2519 เริ่มใช้หลักสูตรสภาการฝึกหัดครู
พ . ศ . 2519 เปิดสอนระดับ ป . กศ . สูง หลักสูตร 2 ปี จากผู้มีวุฒิเดิม ป . กศ . ป . ป . ม . ศ . 5 และเปิดสอนระดับปริญญาตรี ( ค . บ .) หลักสูตร 2 ปี จากผู้มีวุฒิเดิม ป . กศ . สูง ป . วส . ป . ม . และ พ . ม .
พ . ศ . 2523 เปิดสอนระดับปริญญา ( ค . บ .) หลักสูตร 4 ปี รับจากผู้มีวุฒิเดิม ม . ศ .5 ป . กศ . และ ป . ป .
พ . ศ . 2524 เริ่มใช้หลักสูตรสภาการฝึกหัดครู พ . ศ . 2524 เปิดสอน ระดับปริญญาตรี ( ค . บ .) หลักสูตร 4 ปี รับจากผู้มีวุฒิเดิม ม . ศ .5 , ป . กศ . และ ป . ป .
พ . ศ . 2526 เปิดรับนักศึกษา ป . กศ . สูง เทคนิคการอาชีพ เพิ่มเติม 6 วิชาเอก หลักสูตรนี้เปิดสอนถึงปีการศึกษา 2527 เป็นปีสุดท้าย
พ . ศ . 2528 เริ่มเปิดหลักสูตรสาขาวิชาการอื่นๆ นอกเหนือจากสาขาวิชาชีพครู โดยเปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต และศิลปศาสตรบัณฑิตพร้อมกับระดับอนุปริญญา ขณะเดียวกันก็ยังคงเปิดหลักสูตรสาขาวิชาชีพครู ครุศาสตรบัณฑิต ทั้งระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี และ 2 ปี ไปพร้อมๆกัน
วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยาโชคดีได้รับมรดกทางด้าน วิทยาการ การฝึกหัดครู มาตั้งแต่สมัยเป็นมณฑลกรุงเก่า นับว่าเป็นมรดกที่มีค่า มีความหมายสำหรับวิทยาลัย ที่มีหน้าที่ “ สร้างความเป็นครู ” ให้กับสังคมไทยตลอดมา
จ . ระยะทาง 90 ปี จากโรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า สู่สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
พ . ศ . 2538 … เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของวิทยาลัยครูทั่วประเทศ คือ มีการปรับเปลี่ยน พ . ร . บ . วิทยาลัยครู เป็น พ . ร . บ . สถาบันราชภัฏ พ . ศ . 2538 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ . ศ . 2538 วิทยาลัยครูทั่วประเทศมีอยู่ทั้งสิ้น 36 แห่ง ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สถาบันราชภัฏ วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา เปลี่ยนมาเป็นสถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มีพิธีทำบุญครบรอบ 90 ปี สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา และพิธีเปิดป้ายสถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ . ศ . 2538 โดย ดร . นิเชต สุนทรพิทักษ์ เลขาธิการสภาสถาบัน ราชภัฏเป็นประธาน


วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนาม “ ราชภัฏ ” และตรา หรือสัญลักษณ์ “ ราชภัฏ ” นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเกียรติยศสูงสุดแก่ชาวสถาบันราชภัฏทั่วพระราชอาณาจักร
นาม “ ราชภัฏ ” หมายความว่าเป็นปราชญ์ของพระราชา
ตราสัญลักษณ์ราชภัฏ พิจารณา จากดวงตราพระราช ลัญจกร ประจำพระองค์รัชกาลปัจจุบันเพื่อกำหนดรูปแบบสัญลักษณ์ สถาบันราชภัฏ และได้รับพระราชทานมาเป็นตราประจำ สถาบันราชภัฏทั่วพระราชอาณาจักร ซึ่งมีรายละเอียดที่สมควร นำมากล่าวถึงไว้ ณ ที่นี้คือ
- เป็นรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ให้ กำเนิดสถาบัน
- เป็นรูปแบบที่เป็นกลาง เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นที่ตั้ง ธรรมชาติ และความสอดคล้องกับชื่อสถาบันราชภัฏที่ได้รับพระราชทาน
- สีของสัญลักษณ์ ประกอบด้วยสีต่างๆ จำนวน 5 สี
สีน้ำเงิน แทน ค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ผู้ให้กำเนิด และ พระราชทานนาม “ สถาบันราชภัฏ ”
สีเขียว แทน แหล่งที่ตั้งของสถาบันทั้ง 36 แห่งในแหล่งธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม
สีทอง แทน ความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา
สีส้ม แทน ค่าความเจริญรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ก้าวไกลใน 36 แห่ง
สีขาว แทน ค่าความคิดบริสุทธิ์ของนักปราชญ์ แห่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ฉ . จากสถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา สู่มหาวิทยาลัยราชภัฏ พระนครศรีอยุธยา
พ . ศ . 2547 สถาบันราชภัฏได้มีการปรับเปลี่ยน พ . ร . บ . สถาบันราชภัฏ พ . ศ . 2538 เป็น พ . ร . บ . มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ . ศ . 2547 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ . ศ . 2547 สถาบันราชภัฏทั่วประเทศที่มีอยู่ทั้งสิ้น 41 แห่ง ทั่วประเทศได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยมีสถานภาพ เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จึงเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยานับแต่นั้นมา และได้มีพิธีเปิดป้าย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ . ศ . 2547 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสมศักดิ์ แก้วสุทธิ เป็น ประธานในพิธีเปิด
สรุป
      ปีนี้เป็นปีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ก้าวเข้าสู่การครบรอบ ถือกำเนิดมาครบ 111 ปี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ตลอดระยะทาง 110 ปี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ พระนครศรีอยุธยานั้น ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสถาบันการศึกษาอันเป็น ที่รักของเราแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งตลอดมา ด้วยมิติของกาลเวลา และสถานที่ตั้ง ทั้งในระดับของท้องถิ่นภิวัตน์ ( Localization) และโลกาภิวัตน์ ( Globalization) ในนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อันเป็น มรดกโลกด้านวัฒนธรรม เราจึงรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างดี ในคำที่ท่านกล่าวว่า
“ มีราชภัฏได้ เพราะมีวิทยาลัยครู มีวิทยาลัยครูได้ เพราะมีโรงเรียนฝึกหัดครู เป็นสัจธรรมที่ว่ามีวันนี้ได้ เพราะมีเมื่อวาน ” และนับแต่นี้ต่อไป คงเป็นเรื่องที่พวกเราชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาทุกคนจะต้อง พิสูจน์ตัวเองว่า
มหาวิทยาลัยของเรา จะมีบทบาท ต่อชุมชนท้องถิ่น ต่อประเทศชาติอย่างไร ท่ามกลางการจับจ้อง และตรวจสอบจากทุกภาคส่วนของสังคม








ขอบคุณภาพข่าว  จาก อ.มงคล ชาวเรือ ที่ปรึกษาฯสมาคมศิษย์เก่าฯ
 เรวัติ น้อยวิจิตร  นสพ.พลังชน   rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

คุณกัลยา สุขสถาพร " อยุธยาซิตี้พาร์ค ลดทั้งศูนย์แล้วลุ้นบินฟรีญี่ปุ่น "



         คุณกัลยา สุขสถาพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด อยุธยาซิตี้พาร์ค ชวนปลุกความเป็นนักช้อปในตัวคุณด้วยโปรโมชั่นงานเซลล์แห่งปี “Ayutthaya City Park Mid Year Sale 2016” ลดทั้งศูนย์การค้าสูงสุด 80% พร้อมลุ้นโชค 2 ต่อ เพียงช้อปสินค้าจากร้านค้าที่ร่วมรายการครบ 2,000 บาท ต่อที่ 1 ลุ้นจับรางวัลรับของที่ระลึกทันที 1 สิทธิ์ และต่อที่ 2 รับคูปองชิงโชคลุ้นบินฟรีประเทศญี่ปุ่น 7 วัน 4 คืน จำนวน 1 รางวัล (2 ที่นั่ง) ตั้งแต่วันนี้ – 11 ก.ค. 2559 อยุธยาซิตี้พาร์ค

        แผนกโฆษณาและประชาสัมพันธ์ อยุธยาซิตี้พาร์ค
สมาภรณ์ ครุฑธา (บุ๋ม)                   ผู้จัดการแผนกโฆษณาและประชาสัมพันธ์
-เบญจมาศ มโนรัตน์ (เบญ)             เจ้าหน้าที่โฆษณาและประชาสัมพันธ์
นวลระหง พื้นผา (ปอ)                   เจ้าหน้าที่โฆษณาและประชาสัมพันธ์
     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ โทร. 0-3522-9234 ต่อ 110,116,142,130  prcenter@ayutthayacitypark.com





เบญจมาศ มโนรัตน์  ประชาสัมพันธ์ อยุธยาซิตี้พาร์ค
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

แลนด์มาร์ค มหาชัย มหาสนุก ครั้งที่ 3 มหกรรมความสนุกอิ่มอร่อย 5 บาท !!!



             โครงการ “แลนด์มาร์ค มหาชัย” ไลฟ์สไตล์มอลล์แห่งใหม่ใจกลางเมืองมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร พัฒนาโดยบริษัท อีเอ็มซี จากัด (มหาชน) หรือ EMC เดินหน้าจัดเต็มจัดใหญ่เพื่อชาวมหาชัยอย่างต่อเนื่องกับงาน “แลนด์มาร์ค มหาชัย มหาสนุก ครั้งที่ 3” ที่เอาใจนักช้อปนักชิมทุกเพศ ทุกวัยให้สนุกอิ่มอร่อยได้ด้วยเงินเพียง 5 บาท !

         




             พบกับขบวน FOOD TRUCK และพาเหรดร้านค้าร้านอาหารที่เพิ่มเติมความหลากหลาย ผ่อนคลายกับลานเบียร์สดรสดีในดนตรี Acoustic พร้อมเกมส์ชิคๆเพื่อลุ้นรางวัลมากมาย ... แวะไปร่วมสนุกกันได้ที่บริเวณหน้าโครงการแลนด์มาร์ค มหาชัย ถนนนิคมรถไฟ สมุทรสาคร ในวันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2559 นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป


               ผู้สนใจขอรับคูปองส่วนลดสาหรับ FOOD TRUCK และร้านค้าร้านอาหารได้ฟรี ! ที่สานักงานขายโครงการ และผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหารที่สนใจร่วมออกร้านในงานฟรี ! จองสิทธิ์หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สานักงานขายโครงการแลนด์มาร์ค มหาชัย โทร. 034-427-400 หรือ www.landmarkmahachai.com



พิมพ์ลดา  มณฑลวิทย์  บริษัท อีเอ็มซี จำกัด (มหาชน)
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สชวท. นายกฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์ เตรียมจัดสื่อมวลชนสัญจร



             คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ แห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เตรียมจัดสื่อมวลชนสัญจร สร้างความเข้าใจ ในวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม ตามกฎหมาย





            นายกฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์ ประธานคณะ อนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สชวท. กล่าวว่า หลังจากที่มีประกาศข้อบังคับ สชวท. ว่าด้วย การประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใน 4 สาขาควบคุม ได้แก่ สาขานิวเคลียร์ สาขาการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้าน วิทยาศาสตร์และการควบคุมมลพิษ สาขาการผลิต การควบคุมและการจัดการ สารเคมีอันตราย และสาขาการเพาะเลี้ยง จุลินทรีย์และการใช้จุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2558 นั้น คณะอนุกรรมการแห่ง สชวท. จึงได้พิจารณา โครงการกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร ในรูปแบบ ที่เข้าถึงการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีโดยตรง




              ทั้งนี้ ในการประชุมคณะอนุกรรมการแห่ง สชวท. ครั้งล่าสุด เบื้องต้นได้กำหนดจัด กิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร ในวันที่ 22-23 กรกฎาคมนี้ โดยจะเยี่ยมชมโรงงาน อุตสาหกรรมยางรถยนต์ ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซืตี้ จังหวัดระยอง ซึ่งจะเป็นเรื่องของ EIA หรือสาขาการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านวิทยาศาสตร์ และการควบคุมมลพิษ โดยเฉพาะการควบคุม และการจัดการสารเคมีอันตรายของโรงงาน โดยมีนายสมบัติ สุรินทร์รัฐ อนุกรรมการฯ ประชาสัมพันธ์แห่ง สชวท. เป็นผู้ประสานงาน
การเยี่ยมชมโรงงานดังกล่าว จะทำให้ สื่อมวลชนเข้าใจและรับทราบแง่มุมต่างๆ เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีควบคุมที่เกี่ยวข้อง และสามารถเป็นสื่อกลางในการนำเสนอ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของ สชวท. ได้อย่างถูกต้อง และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลให้ ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีควบคุม ตลอดจนประชาชนทั่วไป เข้าใจถึงความสำคัญของการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมมากขึ้น





               สำหรับผู้ควบคุมมลพิษทางน้ำ สชวท.จะจัด อบรมให้ผู้เกี่ยวข้องเพื่อขอรับใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพฯ ระหว้างวันที่ 25 กรกฎาคม ถึง 9 สิงหาคมนี้ สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2559 สอบถามเพิ่มเติมที่ ผศ.ดร.ศรีสุลักษณ์ ธีรานุพัฒนา โทร 053-941971, 053-943397, 081-5682857 Email: stsccmu@gmail.com Website:www.stsc.science.cmu.ac.th





  • จำนงค์ ศรัณยพิพัฒน์ อนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่ง สชวท
  • เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445